PHP infoBoard v.5 PERFECT
Siampower.net สุดยอดเวปบอร์ด มาสร้างคอมมูนิตี้บนเวปบอร์ดกันเถอะ
 
รักแห่งสยาม หนังรักวัยรุ่น สุดอบอุ่นต้อนรับลมหนาว

[ สมาชิก : tae - 11/08/2008 - 01:39 ] User
รักแห่งสยาม หนังรักวัยรุ่น สุดอบอุ่นต้อนรับลมหนาว

<META content="Microsoft FrontPage 4.0" name=GENERATOR> <META content=FrontPage.Editor.Document name=ProgId>
 

กำหนดฉาย 22 พฤศจิกายน 2550

ประเภทภาพยนตร์ รักโรแมนติก

สร้างและจัดจำหน่ายโดย

กำกับภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

ควบคุมการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว , สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์

บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กำกับภาพ จิตติ เอื้อนรการกิจ

ออกแบบงานสร้าง มนต์ชัย ทองศรีสืบสกุล

กำกับศิลป์ ธนกร บุญลือ

ออกแบบเครี่องแต่งกาย เอกศิษฎ์ มีประเสริฐสกุล

แต่งหน้า สาริน สุขขะพละ

โลเคชั่น วราภรณ์ พิบำรุง , วราวุธ ปัญจพลากรกุล

ดนตรีประกอบ ปวิณ สุวรรณชีพ

นักแสดง สินจัย เปล่งพานิช , เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ , ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, มาริโอ้ เมาเร่อ , วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล, กัญญา รัตนเพชร์, อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน

เรื่องย่อ


“ โต้ง ”( มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กชาย ม. 6 หน้าตาดี มีแฟนสวยเสียจนเพื่อนๆ และผู้ชายทั้งสยาม สแควร์จะต้องอิจฉา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ “ โดนัท ”( อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) สำหรับโต้ง เริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว โต้งเริ่มตีตัวออกห่างโดนัทและเริ่มค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง

ในขณะที่ “ มิว ” (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เด็กชายวัยเดียวกันผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีก็กำลังทุ่มเทความรักให้กับเสียงเพลงและวงดนตรีของตัวเอง มิวเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับโจทย์ “ เพลงรัก ” ที่มิวต้องแต่งให้กับ ”วงออกัส” เพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลงใหญ่ ....ในเวลาเดียวกับที่ “ หญิง ”(กัญญา รัตนเพชร์) เพื่อนบ้านของมิวก็คอยให้กำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่างๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย

....และแล้ววันหนึ่ง สยาม ก็เป็นที่ที่ทำโต้งและมิวก็ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ขาดการติดต่อกันมานานตั้งแต่โต้งย้ายบ้านไปตอนเด็ก มิวแนะนำโต้งให้รู้จักกับ จูน (พลอย เฌอมาลย์) คนดูแลวงดนตรีของมิวที่หน้าตาเหมือนกับ แตง พี่สาวของโต้งที่หายตัวไปสมัยที่เขายังเด็ก โต้งจึงคิดแผนให้แม่ “ สุนีย์ ” (สินจัยเปล่งพานิช ) จ้างจูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อมารักษาอาการติดเหล้าให้กับพ่อ “ กร ” (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) การเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวโต้งดีขึ้น ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ความฝันของวงออกัสที่จะได้ออกอัลบั้มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แล้วมิวก็หายตัวไปในวันออดิชั่น สร้างความเสียหายให้กับวง จนพี่อ๊อดโปรดิวเซอร์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักร้องนำ

และแล้ววันคริสมาสก็ใกล้เข้ามา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า วงออกัสจะได้เปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก มิวจะตัดสินใจอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้จับไมค์ร้องเพลงรักที่มิวเขียนขึ้น

เตรียมพบกับเรื่องราวหลากความรัก ของหลายชีวิต ที่ถูกโยงใยโดยมิตรภาพ และถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงรักที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับช่วงเวลาอบอุ่น ที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

นิยามรักในแบบของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล - ที่มาของหนัง


เราอาจจะเคยได้ยินนิยามรักมานับร้อยนับพัน แต่จะมีนิยามไหนเล่าที่มีความสุขได้เท่านิยามรักของผู้ชายคนนี้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับที่อาจจะกำลังทำให้ความรักของใครหลายคนเต็มไปด้วยความหวังตลอดไป กับภาพยนตร์รักโรแมนติก ที่เชื่อกันว่ามีบทที่ดีที่สุด และเต็มไปด้วยเรื่องราวความรักที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้กับทุกคน

“ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความรักที่เกิดขึ้นกับหลายชีวิต หลายกลุ่มคน ที่เกาะเกี่ยวและโยงใยกันอยู่ในรูปแบบของความรักที่แตกต่าง ด้วยแรงปรารถนาแห่งรักที่ถูกบ่มเพาะมานานกว่า 4 ปีเต็มของผู้กำกับคนนี้ ถูกขัดเกลาจนกลายเป็นบทภาพยนตร์รักชั้นดี

“ รู้สึกว่าอยากทำหนังรักเรื่องหนึ่งที่มันไม่ใช่หนังรักแบบทั่ว ๆ ไป มุมมองความรักในแบบของเราคือ ความรักมันสำคัญกับชีวิตของเรายังไงมากกว่า ถ้าเราไม่กินข้าวเราตาย แต่ไม่มีความรักเราอยู่ได้ แต่ชีวิตจะเป็นยังไงถ้าไม่มีความรักเลย นี่คือไอเดียแรกที่เราอยากจะทำหนังรักเรื่องหนึ่งที่พูดถึงความสำคัญของรักต่อการมีชีวิต ก็เลยเริ่มเขียนบทรวบรวมเรื่องราวของคนที่ผ่านเข้ามา คนที่เราเคยเจอในความทรงจำ ก็ค่อยๆเขียนค่อยๆขัดเกลาใช้เวลาเรียนรู้อะไรประมาณหนึ่งถึงจะเข้าใจอะไรบางอย่างจนได้เป็นบทหนัง ซึ่งก็ใช้เวลานานเหมือนกัน เพราะเราก็เขียนไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่หนังยังไม่สร้าง มันก็จะมีเรื่องราวใหม่ๆ เข้ามาอีก ”

ไอเดียแรกแห่งรักของมะเดี่ยวถูกพัฒนาขึ้นไปพร้อมๆกับภาพในหัวที่อบอวลไปด้วยความรักในรูปแบบต่างๆ และเรื่องราวส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นที่นี่แห่งนี้ ‘ สยามสแควร์’ ซึ่งจะกลายเป็นฉากหลักในเรื่อง “รักแห่งสยาม”

“ ทำไมต้องรักแห่งสยาม หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเป็นหนังโบราณรึเปล่าสยามประเทศ แต่รักแห่งสยามของเราคือสยามสแควร์นี้เอง เหตุที่เป็นสยามสแควร์เพราะว่าตอนที่เราเริ่มเขียนบท ตอนนั้นจริงๆ เราเพิ่งอยู่มหา’ ลัย อยู่จุฬา แล้วสยามก็เป็นที่ที่ไปประจำ แล้วก็ได้พบเห็นคู่รักมากมาย วัยรุ่นมากมายเต็มไปหมด แม้กระทั่งคนวัยทำงาน คนมีครอบครัวแล้วเค้าก็เดินสยาม มันเป็นสถานที่ในความทรงจำของหลายๆ คน เช่นเดียวกับตัวละครทั้งหลายในเรื่องนี้ เค้าพบรักกันที่สยาม เค้าอาจจะเลิกกันที่สยาม ไปเที่ยวกันที่สยาม เคยหัวเราะเคยร้องไห้ เคยมีความสุขกันในสยาม รู้สึกว่าสยามมันคลาสสิค แล้วมันก็ไม่ได้ถูกบอกเล่าในหนังไทยมานานแล้ว ดังนั้นก็เลยใช้สยามเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ ซึ่งสยามก็กลายเป็นที่ที่ตัวละครในเรื่องหลายๆ ตัวมาเจอกัน และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย”


เมื่อตัวหนังสือในบทภาพยนตร์ถูกพัฒนาจนกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวบนแผ่นฟิล์ม ความหวังของผู้กำกับที่จะได้เห็นความทรงจำในสยามสแควร์ก็เริ่มใกล้เข้ามาทุกที และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เมื่อลมหนาวและสีสันของเทศกาลคริสมาสต์เข้ามาปกคลุมและเพลง Silent Night ก็ถูกบรรเลงอย่างครื้นเครงไปทั่วสยาม

“ ในช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ จะเป็นช่วงฤดูหนาว ช่วงคริสมาสต์ปีใหม่ บรรยากาศและการตกแต่งตึกรามบ้านช่องร้านค้าต่างๆ ก็จะประดับประดาไปด้วยไฟและสีสันของวันคริสมาสต์ ก็จะเป็นฉากที่สวยงามอารมณ์หนาวๆ ที่เราจะได้เห็นในสยาม ซึ่งก็ต้องถ่ายในช่วงนั้นจริงๆ เพราะเราต้องการฉากหลังแบบนั้น”

การปักหลักถ่ายทำภาพยนตร์กันที่กลางใจเมืองที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอย่างสยามสแควร์ เห็นจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการควบคุมปัจจัยภายนอกและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งความชุลมุนวุ่นวายของผู้คนมากมายที่แวะเวียนผ่านเข้ามาทำกิจกรรมในสยาม บ้างก็เดินผ่าน บ้างก็มุงดู บวกกับสภาพของเสียงรบกวนต่างๆ รอบด้านที่ ทำให้การถ่ายทำค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบาก

“ สำหรับการทำงานที่สยามสแควร์ ก็ค่อนข้างยากเพราะว่าเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ เป็นที่ที่คนจากทุกสารทิศจะแห่แหนกันมาช็อปปิ้ง มาเดินเล่น ซึ่งก็ยากที่จะควบคุม แต่ว่าเราก็ซื้อเพราะว่ามันมีความสับสนอยู่ในนั้น มันมีความเคลื่อนไหวมีคนเดินไปเดินมาตลอด ซึ่งถือว่ามันเป็นสีสัน แต่มันก็ยากที่จะควบคุมคน ยากที่จะบล็อกคนไม่ให้มาเดิน ซึ่งเราก็จะเจอทั้งคนที่ไม่ให้ความร่วมมือและคนให้ความร่วมมือดีๆ อย่างเช่นร้านพี่เปี๊ยก ดีเจสยาม เค้าก็สนับสนุนให้มาใช้ร้านเค้าถ่ายทำได้ และก็มีอีกหลายร้าน

และซีนที่ยากๆ อีกซีนหนึ่งก็คือซีนที่ลานน้ำพุเซ็นเตอร์พอยต์เลย ซีนนั้นเป็นซีนอารมณ์ของมาริโอ้กับเบสท์ที่บอกเลิกกันที่สยาม แล้วลำบากมาก เสียงดังจากจอเช็คเกอร์สกรีนหน้าเซ็นเตอร์พอยต์ ทั้งทีมงานและนักแสดงไม่มีสมาธิเลย เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลา Prime Time ช่วง 6 โมง- ทุ่มหนึ่ง คนก็เยอะมาก แห่มามุงดู นักแสดงก็ต้องทำงานหนักมากเพื่อจะรักษาสมาธิให้จนหมดซีน ก็ถือว่าเป็นซีนที่เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยแต่ก็คุ้ม”

... เพลงรัก... ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้

นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เห็นคนเขียนหนังทำหน้าที่เดียวกับคนเขียนเพลง นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เห็นหนังดีๆ ที่ใช้บทเพลงในการตีแผ่ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นจนจบ และนานเท่าไหร่แล้วที่เพลงรักไม่ได้ถูกพูดถึงในภาพยนตร์ไทยเท่าที่ควร

“ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกแห่งปีที่มีเพลงรักน่าจดจำหลายเพลง จนไม่อาจปฏิเสธว่า มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแต่งเพลงคนนี้กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงและวงการภาพยนตร์ไปพร้อมๆ กัน กับผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ไพเราะและซึ้งกินใจ และยิ่งไปกว่านั้นเพลงทุกเพลงกำลังบอกเล่าความรู้สึกของตัวละครเอกได้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดและการเติบโตขึ้นของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

“ จริงๆ แล้ว เพลงทุกเพลงเหมือนเขียนขึ้นเพื่อหนังเรื่องนี้ ซึ่งจะมีตัวละครของมิวเป็นตัวที่ถ่ายทอดเพลงเหล่านี้ออกมา มิวจะเป็นคนที่เล่าความรู้สึกตัวเองผ่านบทเพลงที่ตัวเองเขียนขึ้นมา ไม่ว่ามิวคิดอะไรอยู่ มิวต้องการจะบอกอะไรกับใคร มิวก็จะใช้เพลงสื่อ เหมือนฉากที่อาม่าเคยบอกมิวตอนเด็กว่า เรียนไว้เถอะดนตรี วันหนึ่งมันจะใช้บอกอะไรกับคนอื่น ถ้าเราไม่กล้าบอกอะไรตรงๆ” มะเดี่ยว กล่าว

เพลงแรกที่เราจะได้ยินในหนังก็คือเพลง “Ticket” ซึ่งมันจะเป็นเพลงแรกที่เล่าว่ามิวเป็นนักร้อง และเพลงของเขาเพลงนี้ก็กำลังดัง ฮิตติดชาร์ตและถูกเปิดในคลื่นวิทยุมากมาย

“ เพลงนี้จะออกมาในช่วงที่เล่าถึงการจากลาของมิวกับครอบครัวโต้งที่ย้ายบ้านออกไป แล้วก็ดำเนินต่อมาจนมิวโต เป็นเพลงที่แนะนะตัว “ วงออกัส” และตัวมิว ซึ่งเนื้อเพลงมันก็จะมีนัยยะถึงความรัก แต่มันไม่ได้พูดตรงๆ ใช้การเปรียบเปรย ซึ่งในเรื่องเพลงนี้ก็จะเป็นเพลงดัง ที่ขึ้นอันดับหนึ่ง แต่ว่าโปรดิวเซอร์คือพี่อ๊อด เค้าอยากได้เพลงที่มันพูดถึงความรักแบบตรงๆ ง่ายๆ ไม่ต้องอ้อม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทำให้มิวต้องมาคิดแล้วละว่าความรักในมุมมองมิวมันคืออะไร”

เพลงที่เล่าความรู้สึกของมิวในช่วงเวลาต่อมา ผู้กำกับบอกเล่าความพิเศษว่าเป็นเพลงที่น้อง พิช วิชญ์วิสิฐ์ หิรัญวงษ์กุล ผู้รับบทมิว เป็นคนลงมือแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองในเพลงที่มีชื่อว่า “ รู้สึกบ้างไหม” น้องพิชเล่าให้เราฟังถึงการมีส่วนร่วมในการทำเพลงนี้ว่า

“ โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว สำหรับเรื่องนี้ก็ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับงานเพลงด้วย ก็คือเพลง รู้สึกบ้างไหมพิชแต่งเนื้อร้องและก็ทำนองเอง แต่ในเรื่องของดนตรีตรงนี้จะยกให้พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำให้ครับเพลงนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนครับ เพื่อนกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความรัก เค้าก็โทรมาปรึกษาเรา แล้วเราก็ช่วยเค้า เราก็เลยได้ไอเดียสำหรับเพลงนี้มาครับ”

“ เพลงนี้พูดถึงคนที่ไม่ได้เจอกันนาน จากกันไปนานแล้วก็รู้สึกเหมือนมันไม่มีความสุขเลย พิชก็ใช้คำดีนะ เป็นคำถามว่ารู้สึกเหมือนกันรึเปล่า ว่าตอนที่อยู่ด้วยกันมีความสุขนะ ในเรื่องมิวก็เขียนเพลงนี้ขึ้นมาเหมือนตั้งใจจะถามคนๆ หนึ่ง มันก็เล่าเรื่องได้ค่อนข้างดี” ผู้กำกับเสริม

และเพลงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเพลง “ กันและกัน” เพลงที่เป็นเหมือนแกนสำคัญในชีวิตของมิวกับสิ่งที่มิวกำลังค้นหาอยู่นั่นก็คือ “ ความรัก”
“ เพลงนี้เหมือนเป็นเพลงบอกรักหนึ่งเพลง แต่บอกรักในฐานะของคนที่เขียนเพลง เป็นการบอกความในใจแบบตรงๆ เลย ถ้าบอกว่าเพลงนี้แต่งให้เธอเธอจะเชื่อไหม มันอาจไม่เพราะเหมือนเพลงอื่นๆ หรอกแต่ว่ามันเป็นความรู้สึกพิเศษที่อยากให้รู้ว่า เพลงนี้เป็นเพลงของเธอนะ ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นแต่งขึ้นมาได้ยังไง แต่นานแล้ว แต่ก็แต่งเพื่อตอนเขียนบทเรื่องนี้แหละ”

“ ต่อมาเพลง ‘ คืนอันเป็นนิรันดร์’ เพลงนี้แต่งตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปี 2 เคยใช้ประกอบละครเวทีที่คณะนิเทศศาสตร์ที่จุฬา ซึ่งออริจีนัลเวอร์ชั่นของเพลงนี้ จะเป็นเสียงของพี่ลูกหว้า ( วงดูบาดู) เป็นคนร้อง แต่พอมาอยู่ในหนังเรื่องนี้มันก็จะเป็นเสียงของน้องเพชร - ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์ นักร้องยุวชนยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครในหนังด้วย รู้สึกว่าเสียงน้องเพชรสามารถสื่อสารอะไรออกมาได้มากมายและทำให้เราเชื่อ ซึ่งมันก็จะเล่าเรื่อง ตอนที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในสภาพที่แย่ เหมือนตกอยู่ในหลุมแล้วก็พยายามตะเกียกตะกายกันออกมา เต็มไปด้วยความสับสนไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ปลอบประโลมจิตใจให้เราพยายามผ่านช่วงเวลาที่มืดมนเหล่านี้ไป”

มาถึงเพลงสุดท้าย ผลงานเก่าของ สุกัญญา มิเกล ที่นำมาทำใหม่เพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ กับเพลง “ เพียงเธอ” เพลงรักเนื้อหาซึ้งๆ ความหมายดีที่อยู่ในใจผู้กำกับคนนี้มานานแล้ว เมื่อมีโอกาสเขาเลยไม่รีรอที่จะบรรจุเพลงนี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร

“ โดยส่วนตัวชอบศิลปินคนนี้มาก คุณสุกัญญา มิเกล เป็นศิลปินที่เจ๋ง เป็นศิลปินในดวงใจคนหนึ่ง รู้สึกว่าเพลงที่เค้าร้องส่วนใหญ่จะเป็นเพลงรักเนื้อหาดี ไม่น้ำเน่า แล้วเพลงนี้ เพลง ‘ เพียงเธอ’ ก็เป็นเพลงที่ออกมานานแล้วเป็นสิบปีแล้วมั้ง ตั้งแต่เราเป็นเด็กๆ แล้วเราก็ชอบมาก คือรู้สึกว่าในหนังมันควรจะร้องเพลงของคนอื่นบ้าง ก็เลยให้มิวร้องเพลงนี้ดีกว่า คาดว่าคงจะมีคนรู้จักบ้างแหละ”

แม้ว่าบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นในหนังจะได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่และเวลาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งเดียวที่บทเพลงซึ้งเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกันก็คือ การถ่ายทอดเพลงรักที่มันเยียวยาหัวใจ เยียวยาชีวิตให้เราสามารถอยู่ต่อไปได้ เหมือนกับความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการทำให้ภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่อบอวลไปด้วยความรัก ความหวัง เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะมีกำลังใจก้าวเดินต่อไป

แม้ว่าบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นในหนังจะได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่และเวลาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งเดียวที่บทเพลงซึ้งเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกันก็คือ การถ่ายทอดเพลงรักที่มันเยียวยาหัวใจ เยียวยาชีวิตให้เราสามารถอยู่ต่อไปได้ เหมือนกับความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการทำให้ภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่อบอวลไปด้วยความรัก ความหวัง เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะมีกำลังใจก้าวเดินต่อไป

 


รักแห่งสยาม หนังรักวัยรุ่น สุดอบอุ่นต้อนรับลมหนาว


ข่าว บันเทิง รายงาน หนังใหม่ เรื่อง รักแห่งสยาม แสดงนำโดย ดารา มาริโอ้ เมาเร่อ วันนี้เรามี รูปภาพ ดารา หนัง หนังใหม่ ตัวอย่างหนัง รักแห่งสยาม คลิปตัวอย่างหนัง หรือ หนังตัวอย่าง รูปภาพ หนังใหม่ เรื่อง รักแห่งสยาม มาฝากกันค่ะ คนชอบ ดูหนัง คลั่งไคล้ หนังใหม่ หลงใหล Movie หรือ ภาพยนตร์ ทั้ง หนังไทย หนังเกาหลี หนังฝรั่ง ห้ามพลาด หนัง เรื่อง รักแห่งสยาม









คุณเคยมีความรักหรือไม่.. และความรักแบบไหนเคยเกิดขึ้นกับคุณ.. อีกไม่นานทุกคำตอบจะเกิดขึ้นกับทุกหัวใจ

สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบที่ถูกโยงใยโดยมิตรภาพ และถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงรักที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับช่วงเวลาอบอุ่น ในภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เชื่อกันว่าดีที่สุดแห่งปี “รักแห่งสยาม” ผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (ผู้เคยฝากผลงานสร้างชื่อทั้งไทยและต่างประเทศมาแล้วใน 13 เกมสยอง)

นำทีมโดยนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ มาริโอ้ เมาเร่อ นายแบบวัยรุ่นสุดฮอตพร้อมเหล่านักแสดงรุ่นใหม่อีกมากมาย อาทิ วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์, กัญญา รัตนเพชร์ ที่จะมาถ่ายทอดมิตรภาพและความรักที่เกิดขึ้นที่สยาม (สแควร์) สถานที่พบปะกันของเหล่าวัยรุ่น คู่รัก และเพื่อนฝูง รวมถึงการเจอกันครั้งแรกในภาพยนตร์ของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างสินจัย เปล่งพานิช, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

รักแห่งสยาม เล่าเรื่องของหลายคู่รักที่โยงใยกัน เริ่มจาก โต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กชาย ม. 6 หน้าตาดี มีแฟนสวยมากจนเพื่อนๆ และผู้ชายทั้งสยามต้องอิจฉา แต่ใครจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ “โดนัท” (อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) สำหรับโต้ง เริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว...

ในขณะที่“มิว” (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เด็กชายวัยเดียวกันผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรี แต่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับโจทย์ “เพลงรัก” ที่มิวต้องแต่งให้กับ ”วงออกัส” วงดนตรีของตัวเองเพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลง ...ในเวลาเดียวกับที่ “หญิง” (กัญญา รัตนเพชร์) เพื่อนบ้านของมิวก็คอยเป็นกำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่างๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย

....และแล้ววันหนึ่ง สยาม ก็เป็นที่ที่ทำโต้งและมิวก็ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ขาดการติดต่อกันมานานตั้งแต่โต้งย้ายบ้านไปตอนเด็ก มิวแนะนำโต้งให้รู้จักกับจูน (พลอย เฌอมาลย์) คนดูแลวงดนตรีของมิวที่หน้าตาเหมือนกับ แตง พี่สาวของโต้งที่หายตัวไปสมัยที่เขายังเด็ก โต้งจึงคิดแผนให้แม่ “สุนีย์” (สินจัย เปล่งพานิช) จ้างจูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อมารักษาอาการติดเหล้าให้กับพ่อ “กร” (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) การเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวโต้งดีขึ้น ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น...

เตรียมพบกับเรื่องราวหลากความรัก ของหลายชีวิต ที่จะพาคุณไปพบกับความอบอุ่นรับลมหนาว... 22 พฤศจิกายนนี้ สยามจะอบอุ่นไปด้วยรัก ทุกโรงภาพยนตร์

 

 

“รักแห่งสยาม” หนังรักวัยรุ่นสุดอบอุ่นต้อนรับลมหนาว
เขียนเมื่อ 27 กันยายน 2550

คุณเคยมีความรักหรือไม่.. และความรักแบบไหนเคยเกิดขึ้นกับคุณ.. อีกไม่นานทุกคำตอบจะเกิดขึ้นกับทุกหัวใจ สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนลจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบที่ถูกโยงใยโดยมิตรภาพ และถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงรักที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับช่วงเวลาอบอุ่น ในภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เชื่อกันว่าดีที่สุดแห่งปี “รักแห่งสยาม” ผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (ผู้เคยฝากผลงานสร้างชื่อทั้งไทยและต่างประเทศมาแล้วใน 13 เกมสยอง)

นำทีมโดยนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ มาริโอ้ เมาเร่อ นายแบบวัยรุ่นสุดฮอตพร้อมเหล่านักแสดงรุ่นใหม่อีกมากมาย อาทิ วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์, กัญญา รัตนเพชร์ ที่จะมาถ่ายทอดมิตรภาพและความรักที่เกิดขึ้นที่สยาม (สแควร์) สถานที่พบปะกันของเหล่าวัยรุ่น คู่รัก และเพื่อนฝูง รวมถึงการเจอกันครั้งแรกในภาพยนตร์ของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างสินจัย เปล่งพานิช, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

รักแห่งสยาม เล่าเรื่องของหลายคู่รักที่โยงใยกัน เริ่มจาก โต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กชาย ม. 6 หน้าตาดี มีแฟนสวยมากจนเพื่อนๆ และผู้ชายทั้งสยามต้องอิจฉา แต่ใครจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ “โดนัท” (อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) สำหรับโต้ง เริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว...

ในขณะที่ “มิว” (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เด็กชายวัยเดียวกันผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรี แต่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับโจทย์ “เพลงรัก” ที่มิวต้องแต่งให้กับ ”วงออกัส” วงดนตรีของตัวเองเพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลง ...ในเวลาเดียวกับที่ “หญิง” (กัญญา รัตนเพชร์) เพื่อนบ้านของมิวก็คอยเป็นกำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่างๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย

....และแล้ววันหนึ่ง สยาม ก็เป็นที่ที่ทำโต้งและมิวก็ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ขาดการติดต่อกันมานานตั้งแต่โต้งย้ายบ้านไปตอนเด็ก มิวแนะนำโต้งให้รู้จักกับ จูน (พลอย เฌอมาลย์) คนดูแลวงดนตรีของมิวที่หน้าตาเหมือนกับ แตง พี่สาวของโต้งที่หายตัวไปสมัยที่เขายังเด็ก โต้งจึงคิดแผนให้แม่ “สุนีย์” (สินจัย เปล่งพานิช) จ้างจูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อมารักษาอาการติดเหล้าให้กับพ่อ “กร” (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) การเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวโต้งดีขึ้น ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น...

 

เตรียมพบกับเรื่องราวหลากความรัก ของหลายชีวิต ที่จะพาคุณไปพบกับความอบอุ่นรับลมหนาว... 22 พฤศจิกายนนี้ สยามจะอบอุ่นไปด้วยรัก ทุกโรงภาพยนตร์


 

ที่มา : PINGBOOK ENTERTAINMENT - http://www.pingbook.com - หากนำข่าวไปใช้กรุณาให้เครดิตเว็บไซต์ด้วย








[ admin - 23/11/2007 - 20:31 ] Admin
รักแห่งสยาม เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ว่าด้วยการค้นหาความหมายของความรักและความสำคัญของความรักต่อการมีชีวิตอยู่ ผ่านสายตาของเด็กชายวัยรุ่นสองคนที่กำลังค้นหาคำตอบให้กับตัวเองในเรื่องความรัก คนหนึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม. 6 ที่มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์นัก ส่วนอีกคนเป็นเด็กวัยรุ่นผู้มีฝันและพรสวรรค์ทางด้านดนตรี พวกเขาทั้งสองเฝ้ามองและสำรวจชีวิตรอบข้างว่า ความรักแบบไหนคือแบบที่ถูกต้อง และความรักแบบไหนคือแบบที่เขาต้องการ ความรักนั้นแท้จริงสวยงามหรือขมขื่น แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่หากไร้ซึ่งความรัก

การค้นหาคำตอบของเด็กหนุ่มสองคน นำคนดูไปพบกับความสัมพันธ์ของกลุ่มคนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นครอบครับอันเปราะบางของสามีภารยาที่รอการกลับมาของลูกสาวที่หายตัวไปเมื่อหลายปีก่อน อาแปะผู้รักผู้หญิงคนเดียวแม้ว่าเธอผู้นั้นจะไม่มีลมหายใจแล้ว บัณฑิตสาวผู้โดดเดี่ยวที่กำลังเก็บเงินจะไปทำงานที่อเมริกาแต่ต้องมารับงานประหลาดคือ การปลอมตัวเป็นลูกสาวที่หายไปของครอบครัวที่กล่าวถึงก่อนหน้า เพื่อรักษาอาการติดเหล้าและความจำเลอะเลือนของผู้เป็นพ่อ ตลอดจนความสัมพันธ์อันหลากหลายของวัยรุ่นหนุ่มสาวแห่งสยามสแควร์

ในช่วงเวลาหนึ่งที่เด็กทั้งสองได้เรียนรู้ ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เขาได้รับคำตอบให้กับชีวิตที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยการได้พบเจอกับผู้คนเหล่านั้นก็ทำให้เขาและคนดูได้เรียนรู้ว่า มนุษย์เรานั้นไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่อย่างโดดเดี่ยวแน่นอน แม้บางครั้งชีวิตจะเดินไปสู่หนทางที่มืดมิด หากหัวใจเรายังมีความรักและมีความหวัง จะมีมือที่อยู่ใกล้ๆ คอยจูงเป็นเพื่อนไม่ให้เราหลงทางอย่างแน่นอน

นักแสดงนำ :
โต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ)
- เด็กชายวัยรุ่น ม.6 อายุ 17 ปี หน้าตาดี มีแฟนสวย แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังโต้งแอบซ่อนความเจ็บปวดจากสภาพครอบครัวที่สูญเสีย "แตง" พี่สาวที่หายตัวไปตั้งแต่สมัยเขายังเด็ก แต่โต้งก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนเด็กผู้ชายวัยรุ่นทั่วไปที่ใช้เวลาไปกับการเรียนและเที่ยวกับเพื่อน เพียงแต่ลึก ๆ แล้วเขายังไม่รู้ว่าจะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิตดี

"โต้งเป็นตัวแทนความรักประเภทของวัยรุ่นครับ ความรักของโต้งก็นำพาไปถึงตัวละครตัวอื่น ๆ ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน พี่สาว และก็แฟนด้วย ก็เหมือนเป็นความรักที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นครับ และก็เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับคนดู ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะเราจะได้เห็นความรักในหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งมิตรภาพของเพื่อน ความรักของแม่ ความผูกพันของครอบครัว และของคนอีกหลาย ๆ กลุ่มเลยครับ จะได้ความอิ่มเอมใจกลับบ้านแน่นอน"

มาริโอ้ เมาเร่อ  หรือ โอ้ หนุ่มลูกครึ่ง จีน-เยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2531 อาศัยอยู่เมืองไทยตั้งแต่เล็กจนโต เริ่มเข้าวงการจากการถ่ายโฆษณา และถ่ายแบบในนิตยสาร จนกลายเป็นนายแบบวัยรุ่นที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ รวมถึงยังเป็นพระเอกมิวสิควิดีโออีกมากมาย ล่าสุดคงจะคุ้นกันดีในมิวสิค "ปากดีขี้เหงา" ของมีล่า ปัจจุบันเขากำลังก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัวด้วยผลงานการแสดงในภาพยนตร์ "รักแห่งสยาม"

ผลงาน โฆษณา Exit Rollon, Pizza Company, มันฝรั่ง Jax, กูลิโกะ โคลอน, ทรอสโฟม, ซูกัส, นมโฟโมสต์, MV กุญแจที่หายไป (ปาล์มมี่), ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ (มิล่า) ฯลฯ




มิว (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล) - เด็กชายรุ่นราวคราวเดียวกันกับโต้ง ชีวิตมิวอาศัยอยู่กับอาม่าเพียงลำพัง จนกระทั่งอาม่าเสีย มิวก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว อาม่าคือคนที่สอนให้มิวเล่นดนตรี มิวจึงกลายเป็นเด็กที่โตมากับความเหงาและเสียงเพลง ด้วยพรสวรรค์ทางด้านดนตรี เขาและเพื่อนจึงรวมวงกันทำเพลงจนฮิตติดชาร์ต แต่แล้วมิวก็ได้รับโจทย์ให้เขียนเพลงรักซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับมิวผู้ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน

"ความรักของมิวจะเป็นตัวแทนของคนที่ใช้ชิวิตไปวัน ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจว่าความรักจะมาหาเราเมื่อไหร่ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร อยู่อย่างเหงา ๆ ต่อไป แล้ววัน ๆ นึงก็มีคำถามว่า เอ๊ะ นี่เราจะอยู่ใช้ชีวิตอย่างงี้ไปตลอดชีวิตเลยเหรอ ช่วงที่มิวเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมา ก็เป็นเวลาเดียวกับที่โปรดิวเซอร์ของค่ายเพลงเสนอให้มิวลองแต่งเพลงรักดู เค้าก็เลยต้องมานั่งคิดดูว่า ความรักมันเป็นยังไง ในเรื่องนี้เราจะเห็นตัวละครในเรื่องตามหาความรัก เผชิญหน้ากับความรักในรูปแบบต่าง ๆ ตรงนี้คนดูก็จะได้มุมมองอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และความรัก"

วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล หรือ พิช เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2532 รักเสียงเพลงและการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ เป็นนักร้องนำประจำวงดนตรีที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยหน้าตา บุคลิก และความสามารถที่ฉายแววเข้าตารุ่นพี่อย่างมะเดี่ยว ทำให้พิชได้ลองเข้ามาลองแคสบทของมิวในภาพยนตร์ "รักแห่งสยาม" ซึ่งถูกใจผู้กำกับจนถึงขั้นออกมาสารภาพว่าพิชเกิดมาเพื่อรับบทนี้จริง ๆ

ผลงาน ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ "ข้าวเหนียวหมูปิ้ง"


โดนัท (อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) - แฟนสาวของโต้งที่สวย เริด และเลือกได้ เป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ จากหลายโรงเรียน แต่แล้วโดนัทก็เริ่มไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของโต้งที่มีต่อเธอ เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงความเฉยชาและไม่ใส่ใจของโต้ง แต่ก็ยังไม่อาจหาเหตุผลให้กับตัวเองได้ หรือว่าความต้องการที่มากเกินไปของเธอกำลังจะกลายเป็นการเรียกร้องที่ไม่อาจได้ความรักกลับคืนมา

"โดนัทเป็นเหมือนตัวแทนของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการความรัก ต้องการให้เอาใจใส่มาก ๆ อยากให้แฟนรักเรา ใส่ใจเรา แคร์เรา แต่เหมือนในเรื่องโต้งแฟนของโดนัทมันไม่ได้อย่างใจ ไม่ทำตามใจเรา มันก็เลยค่อนข้างมีปัญหากัน โดนัทก็แค่อยากได้คนที่รักจริง ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะมีความรักอีกหลายแบบที่เกี่ยวโยง ผูกพันกันต่อไปอีก เรื่องนี้เบสท์คิดว่าเป็นหนังที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน และก็เชื่อว่ารักแห่งสยามเป็นหนังรักแห่งปีนี้จริง ๆ"

อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ หรือ เบสท์ สาวสวยน่ารัก คุยเก่ง เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2532 เริ่มเข้าวงการจากการประกวดชนะตำแหน่ง "สาวผิวน้ำนม" ของ Baby Mild ตั้งแต่อายุ 16 หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมีงานถ่ายแบบในนิตยสารวัยรุ่น และถ่ายโฆษณา รวมถึงเป็นนางเอกมิวสิควิดีโออีกนับไม่ถ้วน

ผลงาน ชนะประกวดตำแหน่ง "สาวผิวน้ำนม" ของ Baby Mild , ชนะประกวดตำแหน่ง "สาววีต้า" ของ Vita , นางเอก MV Karaoke Series (แดน-บีม), ขอเจ็บแทน (Clash) ,ใจไม่รักดี (Freeplay), ความดีที่ไม่อยากทำ (ลาบานูน) , กลัว (โมโนโทน), นานแล้วนะ (Andy), ไม่มีวันอยู่แล้ว (โต๋ ศักดิ์สิทธิ์), โฆษณา Magic Talker's, TT & T, M BIKE ฯลฯ


หญิง (กัญญา รัตนเพชร์) - เด็กสาววัยใส จอมแบ๊ว เพื่อนบ้านของมิวที่แอบชอบมิวมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยกล้าบอก ได้แต่เพ้อฝันไปวัน ๆ และวิธีที่เดียวที่เธอคิดได้ก็คือ การเปิดตำราพิชิตใจชายเพื่อทำให้มิวหลงรัก และไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไง หญิงก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยใจที่มีหวัง

"หญิงก็เป็นตัวแทนความรักของผู้หญิงที่แอบรับผู้ชายคน ๆ หนึ่ง ก็ได้แต่แอบมอง ไปยืนรอหน้าบ้าน ส่องหน้าต่างดูตลอดเวลา ทำอะไรตลก ๆ เพี้ยน ๆ ทำตามหนังสือ เช่น ในตำราเขาบอกให้ริดดอกกุหลาบ 99 ดอกเอาไปวางไว้หน้าบ้าน แล้วจะสมหวังในรัก ก็ทำตาม เอาเส้นผมมาใส่ไว้ในตุ๊กตาหมีทำเป็นตุ๊กตาวูดู แต่ก็น่ารักดีนะ เหมือนตัวตลกในเรื่องเหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วตัวละครตัวนี้ก็จะมีการเรียนรู้ เติบโตขึ้น ตาลก็คิดว่า ตัวละครหญิงก็ตอบโจทย์ได้ถูกต้องแล้ว ก็คือทำอะไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข"

กัญญา รัตนเพชร์ หรือ ตาล เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2532 เธอฉายแววความเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุประมาณ 13-14 เธอมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรก "เอ๋อเหรอ" ผลงานกำกับของ พจน์ อานนท์ รวมถึงงานถ่ายโฆษณาและถ่ายแบบในนิตยสารวัยรุ่น ด้วยความสามารถทางการแสดงเธอจึงถูกเลือกให้เล่นภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง และล่าสุดกับบทหญิงในภาพยนตร์ "รักแห่งสยาม" ซึ่งเธอยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจ เพราะมีซีนอารมณ์เยอะมากและเป็นครั้งแรกที่เธอจะต้องร้องไห้

ผลงานภาพยนตร์ เอ๋อเหรอ, รับน้องสยองขวัญ, สวยลากไส













[ admin - 23/11/2007 - 20:36 ] Admin
  .

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image




 
  No Image ผู้โพส : tae
สถานะ : ทั่วไป

Reply : [ tae ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
23/11/2007 - 19:02
124.121.4.70
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  <META content="Microsoft FrontPage 4.0" name=GENERATOR> <META content=FrontPage.Editor.Document name=ProgId>

<META content="Microsoft FrontPage 4.0" name=GENERATOR> <META content=FrontPage.Editor.Document name=ProgId>




 
  No Image หัวข้อ : 0050-1 (No. 1)
ผู้โพส : tae สถานะ : ทั่วไป

Reply Number 1 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 1
23/11/2007 - 19:05
124.121.4.70
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้โพส : zx - 23/11/2007 - 19:07 ] Guest

 

ไม่มีจ้า
 
 
 
 
 




[น้ำเเข็งใส - 8/02/2008 - 15:59 - 58.8.176.138 ] Guest
เบสท์น่ารักมากมายอะ !!


 
  No Image หัวข้อ : 0050-1 (No. 2)
ผู้โพส : zx สถานะ : ทั่วไป

Reply Number 2 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 2
23/11/2007 - 19:07
124.121.4.70
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้ดูแล : admin - 23/11/2007 - 20:24 ] Admin
รื่องย่อ  ผู้กำกับเปิดเผยเบื้องหลังการถ่ายทำ และเพลงของหนังเรื่องนี้
   
 

กำหนดฉาย 22 พฤศจิกายน 2550

ประเภทภาพยนตร์ รักโรแมนติก

สร้างและจัดจำหน่ายโดย

กำกับภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

ควบคุมการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว , สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์

บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กำกับภาพ จิตติ เอื้อนรการกิจ

ออกแบบงานสร้าง มนต์ชัย ทองศรีสืบสกุล

กำกับศิลป์ ธนกร บุญลือ

ออกแบบเครี่องแต่งกาย เอกศิษฎ์ มีประเสริฐสกุล

แต่งหน้า สาริน สุขขะพละ

โลเคชั่น วราภรณ์ พิบำรุง , วราวุธ ปัญจพลากรกุล

ดนตรีประกอบ ปวิณ สุวรรณชีพ

นักแสดง สินจัย เปล่งพานิช , เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ , ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, มาริโอ้ เมาเร่อ , วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล, กัญญา รัตนเพชร์, อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน

เรื่องย่อ


“ โต้ง ”( มาริโอ้ เมาเร่อ) เด็กชาย ม. 6 หน้าตาดี มีแฟนสวยเสียจนเพื่อนๆ และผู้ชายทั้งสยาม สแควร์จะต้องอิจฉา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความสดใสและน่ารักของ “ โดนัท ”( อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) สำหรับโต้ง เริ่มจะกินไม่ได้เสียแล้ว โต้งเริ่มตีตัวออกห่างโดนัทและเริ่มค้นหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง

ในขณะที่ “ มิว ” (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) เด็กชายวัยเดียวกันผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีก็กำลังทุ่มเทความรักให้กับเสียงเพลงและวงดนตรีของตัวเอง มิวเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาที่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรักมานานแสนนาน ตั้งแต่อาม่าตายจากไป ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับโจทย์ “ เพลงรัก ” ที่มิวต้องแต่งให้กับ ”วงออกัส” เพื่อนำไปเสนอกับค่ายเพลงใหญ่ ....ในเวลาเดียวกับที่ “ หญิง ”(กัญญา รัตนเพชร์) เพื่อนบ้านของมิวก็คอยให้กำลังใจและแอบมองมิวอยู่ห่างๆ แต่มิวก็ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกที่หญิงมีต่อตัวเองเลย

....และแล้ววันหนึ่ง สยาม ก็เป็นที่ที่ทำโต้งและมิวก็ได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ขาดการติดต่อกันมานานตั้งแต่โต้งย้ายบ้านไปตอนเด็ก มิวแนะนำโต้งให้รู้จักกับ จูน (พลอย เฌอมาลย์) คนดูแลวงดนตรีของมิวที่หน้าตาเหมือนกับ แตง พี่สาวของโต้งที่หายตัวไปสมัยที่เขายังเด็ก โต้งจึงคิดแผนให้แม่ “ สุนีย์ ” (สินจัยเปล่งพานิช ) จ้างจูนปลอมตัวเป็นแตงเพื่อมารักษาอาการติดเหล้าให้กับพ่อ “ กร ” (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) การเข้ามาของจูนทำให้ครอบครัวโต้งดีขึ้น ในขณะที่เพลงรักของมิวก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ความฝันของวงออกัสที่จะได้ออกอัลบั้มเริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แล้วมิวก็หายตัวไปในวันออดิชั่น สร้างความเสียหายให้กับวง จนพี่อ๊อดโปรดิวเซอร์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนนักร้องนำ

และแล้ววันคริสมาสก็ใกล้เข้ามา คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า วงออกัสจะได้เปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก มิวจะตัดสินใจอย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้จับไมค์ร้องเพลงรักที่มิวเขียนขึ้น

เตรียมพบกับเรื่องราวหลากความรัก ของหลายชีวิต ที่ถูกโยงใยโดยมิตรภาพ และถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลงรักที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับช่วงเวลาอบอุ่น ที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

นิยามรักในแบบของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล - ที่มาของหนัง


เราอาจจะเคยได้ยินนิยามรักมานับร้อยนับพัน แต่จะมีนิยามไหนเล่าที่มีความสุขได้เท่านิยามรักของผู้ชายคนนี้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับที่อาจจะกำลังทำให้ความรักของใครหลายคนเต็มไปด้วยความหวังตลอดไป กับภาพยนตร์รักโรแมนติก ที่เชื่อกันว่ามีบทที่ดีที่สุด และเต็มไปด้วยเรื่องราวความรักที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้กับทุกคน

“ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความรักที่เกิดขึ้นกับหลายชีวิต หลายกลุ่มคน ที่เกาะเกี่ยวและโยงใยกันอยู่ในรูปแบบของความรักที่แตกต่าง ด้วยแรงปรารถนาแห่งรักที่ถูกบ่มเพาะมานานกว่า 4 ปีเต็มของผู้กำกับคนนี้ ถูกขัดเกลาจนกลายเป็นบทภาพยนตร์รักชั้นดี

“ รู้สึกว่าอยากทำหนังรักเรื่องหนึ่งที่มันไม่ใช่หนังรักแบบทั่ว ๆ ไป มุมมองความรักในแบบของเราคือ ความรักมันสำคัญกับชีวิตของเรายังไงมากกว่า ถ้าเราไม่กินข้าวเราตาย แต่ไม่มีความรักเราอยู่ได้ แต่ชีวิตจะเป็นยังไงถ้าไม่มีความรักเลย นี่คือไอเดียแรกที่เราอยากจะทำหนังรักเรื่องหนึ่งที่พูดถึงความสำคัญของรักต่อการมีชีวิต ก็เลยเริ่มเขียนบทรวบรวมเรื่องราวของคนที่ผ่านเข้ามา คนที่เราเคยเจอในความทรงจำ ก็ค่อยๆเขียนค่อยๆขัดเกลาใช้เวลาเรียนรู้อะไรประมาณหนึ่งถึงจะเข้าใจอะไรบางอย่างจนได้เป็นบทหนัง ซึ่งก็ใช้เวลานานเหมือนกัน เพราะเราก็เขียนไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่หนังยังไม่สร้าง มันก็จะมีเรื่องราวใหม่ๆ เข้ามาอีก ”

ไอเดียแรกแห่งรักของมะเดี่ยวถูกพัฒนาขึ้นไปพร้อมๆกับภาพในหัวที่อบอวลไปด้วยความรักในรูปแบบต่างๆ และเรื่องราวส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นที่นี่แห่งนี้ ‘ สยามสแควร์’ ซึ่งจะกลายเป็นฉากหลักในเรื่อง “รักแห่งสยาม”

“ ทำไมต้องรักแห่งสยาม หลายๆ คนจะเข้าใจว่าเป็นหนังโบราณรึเปล่าสยามประเทศ แต่รักแห่งสยามของเราคือสยามสแควร์นี้เอง เหตุที่เป็นสยามสแควร์เพราะว่าตอนที่เราเริ่มเขียนบท ตอนนั้นจริงๆ เราเพิ่งอยู่มหา’ ลัย อยู่จุฬา แล้วสยามก็เป็นที่ที่ไปประจำ แล้วก็ได้พบเห็นคู่รักมากมาย วัยรุ่นมากมายเต็มไปหมด แม้กระทั่งคนวัยทำงาน คนมีครอบครัวแล้วเค้าก็เดินสยาม มันเป็นสถานที่ในความทรงจำของหลายๆ คน เช่นเดียวกับตัวละครทั้งหลายในเรื่องนี้ เค้าพบรักกันที่สยาม เค้าอาจจะเลิกกันที่สยาม ไปเที่ยวกันที่สยาม เคยหัวเราะเคยร้องไห้ เคยมีความสุขกันในสยาม รู้สึกว่าสยามมันคลาสสิค แล้วมันก็ไม่ได้ถูกบอกเล่าในหนังไทยมานานแล้ว ดังนั้นก็เลยใช้สยามเป็นฉากหลังของหนังเรื่องนี้ ซึ่งสยามก็กลายเป็นที่ที่ตัวละครในเรื่องหลายๆ ตัวมาเจอกัน และมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย”


เมื่อตัวหนังสือในบทภาพยนตร์ถูกพัฒนาจนกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวบนแผ่นฟิล์ม ความหวังของผู้กำกับที่จะได้เห็นความทรงจำในสยามสแควร์ก็เริ่มใกล้เข้ามาทุกที และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เมื่อลมหนาวและสีสันของเทศกาลคริสมาสต์เข้ามาปกคลุมและเพลง Silent Night ก็ถูกบรรเลงอย่างครื้นเครงไปทั่วสยาม

“ ในช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ จะเป็นช่วงฤดูหนาว ช่วงคริสมาสต์ปีใหม่ บรรยากาศและการตกแต่งตึกรามบ้านช่องร้านค้าต่างๆ ก็จะประดับประดาไปด้วยไฟและสีสันของวันคริสมาสต์ ก็จะเป็นฉากที่สวยงามอารมณ์หนาวๆ ที่เราจะได้เห็นในสยาม ซึ่งก็ต้องถ่ายในช่วงนั้นจริงๆ เพราะเราต้องการฉากหลังแบบนั้น”

การปักหลักถ่ายทำภาพยนตร์กันที่กลางใจเมืองที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอย่างสยามสแควร์ เห็นจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการควบคุมปัจจัยภายนอกและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งความชุลมุนวุ่นวายของผู้คนมากมายที่แวะเวียนผ่านเข้ามาทำกิจกรรมในสยาม บ้างก็เดินผ่าน บ้างก็มุงดู บวกกับสภาพของเสียงรบกวนต่างๆ รอบด้านที่ ทำให้การถ่ายทำค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบาก

“ สำหรับการทำงานที่สยามสแควร์ ก็ค่อนข้างยากเพราะว่าเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ เป็นที่ที่คนจากทุกสารทิศจะแห่แหนกันมาช็อปปิ้ง มาเดินเล่น ซึ่งก็ยากที่จะควบคุม แต่ว่าเราก็ซื้อเพราะว่ามันมีความสับสนอยู่ในนั้น มันมีความเคลื่อนไหวมีคนเดินไปเดินมาตลอด ซึ่งถือว่ามันเป็นสีสัน แต่มันก็ยากที่จะควบคุมคน ยากที่จะบล็อกคนไม่ให้มาเดิน ซึ่งเราก็จะเจอทั้งคนที่ไม่ให้ความร่วมมือและคนให้ความร่วมมือดีๆ อย่างเช่นร้านพี่เปี๊ยก ดีเจสยาม เค้าก็สนับสนุนให้มาใช้ร้านเค้าถ่ายทำได้ และก็มีอีกหลายร้าน

และซีนที่ยากๆ อีกซีนหนึ่งก็คือซีนที่ลานน้ำพุเซ็นเตอร์พอยต์เลย ซีนนั้นเป็นซีนอารมณ์ของมาริโอ้กับเบสท์ที่บอกเลิกกันที่สยาม แล้วลำบากมาก เสียงดังจากจอเช็คเกอร์สกรีนหน้าเซ็นเตอร์พอยต์ ทั้งทีมงานและนักแสดงไม่มีสมาธิเลย เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลา Prime Time ช่วง 6 โมง- ทุ่มหนึ่ง คนก็เยอะมาก แห่มามุงดู นักแสดงก็ต้องทำงานหนักมากเพื่อจะรักษาสมาธิให้จนหมดซีน ก็ถือว่าเป็นซีนที่เหนื่อยจริงๆ เหนื่อยแต่ก็คุ้ม”

... เพลงรัก... ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้

นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เห็นคนเขียนหนังทำหน้าที่เดียวกับคนเขียนเพลง นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้เห็นหนังดีๆ ที่ใช้บทเพลงในการตีแผ่ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นจนจบ และนานเท่าไหร่แล้วที่เพลงรักไม่ได้ถูกพูดถึงในภาพยนตร์ไทยเท่าที่ควร

“ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกแห่งปีที่มีเพลงรักน่าจดจำหลายเพลง จนไม่อาจปฏิเสธว่า มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแต่งเพลงคนนี้กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงและวงการภาพยนตร์ไปพร้อมๆ กัน กับผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ไพเราะและซึ้งกินใจ และยิ่งไปกว่านั้นเพลงทุกเพลงกำลังบอกเล่าความรู้สึกของตัวละครเอกได้อย่างตรงไปตรงมา ทำให้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดและการเติบโตขึ้นของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

“ จริงๆ แล้ว เพลงทุกเพลงเหมือนเขียนขึ้นเพื่อหนังเรื่องนี้ ซึ่งจะมีตัวละครของมิวเป็นตัวที่ถ่ายทอดเพลงเหล่านี้ออกมา มิวจะเป็นคนที่เล่าความรู้สึกตัวเองผ่านบทเพลงที่ตัวเองเขียนขึ้นมา ไม่ว่ามิวคิดอะไรอยู่ มิวต้องการจะบอกอะไรกับใคร มิวก็จะใช้เพลงสื่อ เหมือนฉากที่อาม่าเคยบอกมิวตอนเด็กว่า เรียนไว้เถอะดนตรี วันหนึ่งมันจะใช้บอกอะไรกับคนอื่น ถ้าเราไม่กล้าบอกอะไรตรงๆ” มะเดี่ยว กล่าว

เพลงแรกที่เราจะได้ยินในหนังก็คือเพลง “Ticket” ซึ่งมันจะเป็นเพลงแรกที่เล่าว่ามิวเป็นนักร้อง และเพลงของเขาเพลงนี้ก็กำลังดัง ฮิตติดชาร์ตและถูกเปิดในคลื่นวิทยุมากมาย

“ เพลงนี้จะออกมาในช่วงที่เล่าถึงการจากลาของมิวกับครอบครัวโต้งที่ย้ายบ้านออกไป แล้วก็ดำเนินต่อมาจนมิวโต เป็นเพลงที่แนะนะตัว “ วงออกัส” และตัวมิว ซึ่งเนื้อเพลงมันก็จะมีนัยยะถึงความรัก แต่มันไม่ได้พูดตรงๆ ใช้การเปรียบเปรย ซึ่งในเรื่องเพลงนี้ก็จะเป็นเพลงดัง ที่ขึ้นอันดับหนึ่ง แต่ว่าโปรดิวเซอร์คือพี่อ๊อด เค้าอยากได้เพลงที่มันพูดถึงความรักแบบตรงๆ ง่ายๆ ไม่ต้องอ้อม ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทำให้มิวต้องมาคิดแล้วละว่าความรักในมุมมองมิวมันคืออะไร”

เพลงที่เล่าความรู้สึกของมิวในช่วงเวลาต่อมา ผู้กำกับบอกเล่าความพิเศษว่าเป็นเพลงที่น้อง พิช วิชญ์วิสิฐ์ หิรัญวงษ์กุล ผู้รับบทมิว เป็นคนลงมือแต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองในเพลงที่มีชื่อว่า “ รู้สึกบ้างไหม” น้องพิชเล่าให้เราฟังถึงการมีส่วนร่วมในการทำเพลงนี้ว่า

“ โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว สำหรับเรื่องนี้ก็ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับงานเพลงด้วย ก็คือเพลง รู้สึกบ้างไหมพิชแต่งเนื้อร้องและก็ทำนองเอง แต่ในเรื่องของดนตรีตรงนี้จะยกให้พี่มะเดี่ยวเป็นคนทำให้ครับเพลงนี้ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนครับ เพื่อนกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องความรัก เค้าก็โทรมาปรึกษาเรา แล้วเราก็ช่วยเค้า เราก็เลยได้ไอเดียสำหรับเพลงนี้มาครับ”

“ เพลงนี้พูดถึงคนที่ไม่ได้เจอกันนาน จากกันไปนานแล้วก็รู้สึกเหมือนมันไม่มีความสุขเลย พิชก็ใช้คำดีนะ เป็นคำถามว่ารู้สึกเหมือนกันรึเปล่า ว่าตอนที่อยู่ด้วยกันมีความสุขนะ ในเรื่องมิวก็เขียนเพลงนี้ขึ้นมาเหมือนตั้งใจจะถามคนๆ หนึ่ง มันก็เล่าเรื่องได้ค่อนข้างดี” ผู้กำกับเสริม

และเพลงที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเพลง “ กันและกัน” เพลงที่เป็นเหมือนแกนสำคัญในชีวิตของมิวกับสิ่งที่มิวกำลังค้นหาอยู่นั่นก็คือ “ ความรัก”
“ เพลงนี้เหมือนเป็นเพลงบอกรักหนึ่งเพลง แต่บอกรักในฐานะของคนที่เขียนเพลง เป็นการบอกความในใจแบบตรงๆ เลย ถ้าบอกว่าเพลงนี้แต่งให้เธอเธอจะเชื่อไหม มันอาจไม่เพราะเหมือนเพลงอื่นๆ หรอกแต่ว่ามันเป็นความรู้สึกพิเศษที่อยากให้รู้ว่า เพลงนี้เป็นเพลงของเธอนะ ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นแต่งขึ้นมาได้ยังไง แต่นานแล้ว แต่ก็แต่งเพื่อตอนเขียนบทเรื่องนี้แหละ”

“ ต่อมาเพลง ‘ คืนอันเป็นนิรันดร์’ เพลงนี้แต่งตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปี 2 เคยใช้ประกอบละครเวทีที่คณะนิเทศศาสตร์ที่จุฬา ซึ่งออริจีนัลเวอร์ชั่นของเพลงนี้ จะเป็นเสียงของพี่ลูกหว้า ( วงดูบาดู) เป็นคนร้อง แต่พอมาอยู่ในหนังเรื่องนี้มันก็จะเป็นเสียงของน้องเพชร - ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์ นักร้องยุวชนยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2549 ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครในหนังด้วย รู้สึกว่าเสียงน้องเพชรสามารถสื่อสารอะไรออกมาได้มากมายและทำให้เราเชื่อ ซึ่งมันก็จะเล่าเรื่อง ตอนที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในสภาพที่แย่ เหมือนตกอยู่ในหลุมแล้วก็พยายามตะเกียกตะกายกันออกมา เต็มไปด้วยความสับสนไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ปลอบประโลมจิตใจให้เราพยายามผ่านช่วงเวลาที่มืดมนเหล่านี้ไป”

มาถึงเพลงสุดท้าย ผลงานเก่าของ สุกัญญา มิเกล ที่นำมาทำใหม่เพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ กับเพลง “ เพียงเธอ” เพลงรักเนื้อหาซึ้งๆ ความหมายดีที่อยู่ในใจผู้กำกับคนนี้มานานแล้ว เมื่อมีโอกาสเขาเลยไม่รีรอที่จะบรรจุเพลงนี้ไว้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร

“ โดยส่วนตัวชอบศิลปินคนนี้มาก คุณสุกัญญา มิเกล เป็นศิลปินที่เจ๋ง เป็นศิลปินในดวงใจคนหนึ่ง รู้สึกว่าเพลงที่เค้าร้องส่วนใหญ่จะเป็นเพลงรักเนื้อหาดี ไม่น้ำเน่า แล้วเพลงนี้ เพลง ‘ เพียงเธอ’ ก็เป็นเพลงที่ออกมานานแล้วเป็นสิบปีแล้วมั้ง ตั้งแต่เราเป็นเด็กๆ แล้วเราก็ชอบมาก คือรู้สึกว่าในหนังมันควรจะร้องเพลงของคนอื่นบ้าง ก็เลยให้มิวร้องเพลงนี้ดีกว่า คาดว่าคงจะมีคนรู้จักบ้างแหละ”

แม้ว่าบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นในหนังจะได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่และเวลาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งเดียวที่บทเพลงซึ้งเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกันก็คือ การถ่ายทอดเพลงรักที่มันเยียวยาหัวใจ เยียวยาชีวิตให้เราสามารถอยู่ต่อไปได้ เหมือนกับความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการทำให้ภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่อบอวลไปด้วยความรัก ความหวัง เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะมีกำลังใจก้าวเดินต่อไป

แม้ว่าบทเพลงรักที่ถูกเขียนขึ้นในหนังจะได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่และเวลาที่แตกต่างกัน แต่สิ่งเดียวที่บทเพลงซึ้งเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกันก็คือ การถ่ายทอดเพลงรักที่มันเยียวยาหัวใจ เยียวยาชีวิตให้เราสามารถอยู่ต่อไปได้ เหมือนกับความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการทำให้ภาพยนตร์ “ รักแห่งสยาม” เป็นภาพยนตร์ที่อบอวลไปด้วยความรัก ความหวัง เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่จะมีกำลังใจก้าวเดินต่อไป




 
  Admin หัวข้อ : 0050-1 (No. 3)
ผู้โพส : admin สถานะ : ผู้ดูแล

Reply Number 3 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 3
23/11/2007 - 20:24

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้โพส : tae - 25/11/2007 - 15:56 ] Guest
MV ====> http://www.siampower.net/freestyle/data/6/0065.html


 
  No Image หัวข้อ : 0050-1 (No. 4)
ผู้โพส : tae สถานะ : ทั่วไป

Reply Number 4 แทรกข้อความ ในกรอบที่ 4
25/11/2007 - 15:56
124.121.3.212
Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

  [ ผู้โพส : ... - 10/12/2007 - 17:12 ] Guest
ไม่มีคำบรรยาย




 
  No Image ผู้โพส : tae
สถานะ : ทั่วไป

Reply : [ tae ] แทรกข้อความ ในกรอบแรก
11/08/2008 - 01:39

Add?  No Card  Bad Report  Delete
 

หัวข้อ : 0050-1 | เลขหน้า : 1 ถึง 1


WYSIWYG form OTHER form     Siampower.net สุดยอดเวปบอร์ด มาสร้างคอมมูนิตี้บนเวปบอร์ดกันเถอะ  
  แสดงความคิดเห็น รักแห่งสยาม หนังรักวัยรุ่น สุดอบอุ่นต้อนรับลมหนาว  
      Cut Copy Paste Bold Italic Underline Left Justify Centre Justify Right Justify Unordered List Outdent Indent Add Hyperlink
PHP infoBoard v.5 PERFECT