ค่ายยักษ์เขย่าตลาด พีดีเอโฟน จับ Omnia-Dimond ปะทะ iPhone
[ สมาชิก : tae - 28/08/2008 - 21:46 ] 
| ค่ายยักษ์เขย่าตลาด พีดีเอโฟน จับ Omnia-Dimond ปะทะ iPhone |
<SCRIPT language=JavaScript src="/global_js/global_function.js">
 หลังจากไอโฟนเข้ามาปลุกกระแสตลาด "พีดีเอโฟน" จนทำให้เวลานี้ตลาดดังกล่าวคึกคักและได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือคนทำงาน และตลาดก็ร้อนแรงขึ้นเมื่อผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและใหม่ต่างแห่เปิดตัวสินค้าใหม่บุกตลาดอย่างต่อเนื่องสวนกระแสเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะซึมลึก โดยเฉพาะการมาของเทคโนโลยีหน้าจอระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนที่ไอโฟนเป็นผู้เขย่าตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
วันนี้นอกจาก "ไอโฟน" ที่ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ในตลาดก็มีตัวเลือกใหม่เข้ามาเทียบระดับได้ไม่แพ้กัน คือ ซัมซุง ออมเนีย และ เอชทีซี ไดมอนด์ นอกจากนี้เอชทีซีก็เตรียมนำ HTC Touch Pro เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดต่อจาก HTC Diamond เข้ามารุกตลาดนี้อีกตัว จุดแตกต่างก็คือมีคีย์บอร์ดเพื่อความสะดวกในการพิมพ์งาน
หากเปิดตามเว็บไซต์มือถือหลายสำนัก กูรูส่วนใหญ่ต่างจัดการรีวิวเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานของ "ไอโฟน 3จี" "ซัมซุง ออมเนีย" และ "เอชทีซี ไดมอนด์" ไว้เป็นข้อมูลการตัดสินใจของผู้บริโภค
ด้วยความแรงของตลาดทำให้บรรดาร้านมือถือตามศูนย์ต่างๆ โดยเฉพาะ "มาบุญครอง" จึงคึกคักและมีสีสันด้วยสินค้าของทั้ง 3 แบรนด์ ทั้งประเภท "ของแท้" จากตัวแทนจำหน่าย และ "เครื่องหิ้ว" จากต่างประเทศมาวางขายกันถ้วนหน้า
ขณะที่แอปเปิลยังไม่มีแผนเข้ามาทำตลาดไอโฟนในเมืองไทย ทำให้เครื่องที่ขายอยู่ในประเทศไทยเป็นเครื่องหิ้วที่เข้ามาจากหลากหลายประเทศ แต่หลักๆ ก็คือ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาก็แตกต่างกันด้วยเงื่อนไขทางเทคนิค และต้นทุนในการกำหนดราคาและแพ็กเกจต่างๆ ของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน
โดยที่หลายคนก็รอดูว่าเมื่อแอปเปิลเปิดตลาดไอโฟน 3จีที่สิงคโปร์ ในสัปดาห์นี้อาจเป็นอีกช่องทางของเครื่องหิ้วไอโฟน 3จีในเมืองไทยได้ง่ายขึ้น และทำให้ระดับราคาลดลงมาบ้าง

และ "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจความเคลื่อนไหวของ 3 ยี่ห้อดังกล่าวใน "มาบุญครอง" พบว่าหลังจากแอปเปิลส่ง ไอโฟน 3จีสู่ตลาดพร้อมกับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่ให้โอเปอเรเตอร์แต่ละประเทศทำตลาดตามใจชอบ ส่งผลให้ตลาดไอโฟน 3จีเครื่องหิ้วในไทยยุ่งยากมากขึ้น โดยหาก ผู้สนใจซื้อไอโฟน 3จีสักเครื่อง คำถามแรกที่จะได้ยินจากผู้ขาย คือ "จะเลือกแบบฮ่องกง หรืออเมริกา"
ถ้าเป็นรุ่นจากฮ่องกง ขนาด 8G ราคาประมาณ 3 หมื่นปลายๆ เกือบ 4 หมื่น แต่ถ้าเป็นรุ่น 16G ราคาสูงถึง 4 หมื่นกว่าบาท แต่ไม่เกิน 5 หมื่น แต่ถ้าเป็นสินค้าที่หิ้วมาจากอเมริกา ราคาจะถูกกว่าเกือบครึ่ง คือรุ่น 8G ราคาประมาณ 2 หมื่นบาทกลาง-ปลายๆ ส่วน 16G ราคา 3 หมื่น- 3 หมื่นบาทต้นๆ
ผู้ขายตามตู้มือถืออธิบายให้ฟังว่า สาเหตุที่สินค้าจากฮ่องกงราคาแพงกว่า เพราะสินค้าสามารถปลดล็อกได้แล้วจึงสามารถซื้อเครื่องและใส่ซิมใหม่ได้เลย แต่ถ้าเครื่องจากอเมริกายังปลดล็อกไม่ได้ ทำให้ต้องใช้วิธีตัดซิม ราคาจึงถูกกว่าแต่อาจมีผลให้การรับสัญญาณโทรศัพท์ไม่ดีเท่าที่ควรด้วย
ส่วนไอโฟนรุ่นเก่าราคาอยู่ที่ 25,900 บาท แต่หากเป็นสินค้ามือสองอยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท
ขณะที่ "เอชทีซี ไดมอนด์" ที่ออกสตาร์ตสู่ตลาดช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่าย แต่จากกระแสความนิยมของ "เอชทีซี ไดมอนด์" ทำให้มีเครื่องหิ้วจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก บางร้านที่เคยขายแต่มือถือทั่วไป ไม่เคยขายพีดีเอโฟนก็ยังนำรุ่นไดมอนด์มาวางขายเพื่อเรียกลูกค้าด้วย
กระทบถึง "เอสไอเอส" ต้องแก้ปัญหาโปรโมตติดป้ายตามร้านที่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายว่า "Authorized reseller" พร้อมกับแจ้งเตือนผู้บริโภคว่า ผู้ที่ซื้อสินค้าเครื่องหิ้วจะหมดสิทธิได้รับประกันจากศูนย์
แต่จากการสำรวจตามเคาน์เตอร์ในมาบุญครอง ก็พบว่ายังมีร้านค้าที่นำเอชทีซี ไดมอนด์เครื่องหิ้วมาวางขายจำนวนมาก โดยเสนอราคาประมาณ 25,000 บาท พร้อม "รับประกันจากทางร้าน" 1 ปี

ผู้ขายเอชทีซี ไดมอนด์รายหนึ่งกล่าวว่า "ถ้าเป็นเครื่องที่รับมาจากศูนย์ราคาจะสูงถึง 28,900 บาท แพงกว่าเครื่องหิ้วประมาณ 3-4 พันบาท ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาเดินมาบุญครองก็ยังซื้อเครื่องหิ้วมากกว่าเพราะราคาถูกกว่าเยอะ สินค้าก็ไม่ใช่ของปลอม แถมยังมีการรับประกันทางร้านให้ 1 ปี ก็ไม่จำเป็นที่ต้องจ่ายแพงกว่า"
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอสฯกล่าวว่า จากกระแสไอโฟนเมื่อช่วงที่ผ่านมาเป็นผลดีต่อตลาดพีดีเอโฟนในเมืองไทย เพราะเป็นตัวปลุกกระแสให้คนรู้จักพีดีเอโฟน และทำให้ตลาดโตมากขึ้น ในส่วนของเอชทีซี ไดมอนด์ แม้ว่าจะมีคุณสมบัติหน้าจอทัสกรีนเหมือนไอโฟน แต่ด้วยดีไซน์ที่เล็กและบางกว่าก็จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างจากไอโฟน แต่ก็เป็นกลุ่มแฟชั่นเหมือนกัน ทำให้ลูกค้ามักจะนำมาเปรียบเทียบเวลาจะตัดสินใจ ซึ่งตลาดให้การตอบรับดีมาก แม้ว่าจะมีเครื่องหิ้วเข้ามาแย่งตลาด แต่ในส่วนที่บริษัทจัดจำหน่ายก็มียอดขายที่ดีเปิดตัวมาไม่กี่เดือนก็มียอดขายใกล้ๆ หมื่นเครื่องแล้ว
ฟากน้องเล็กที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ "ออมเนีย" จากค่ายซัมซุง ซึ่งประกาศท้าชนไอโฟนตั้งแต่ยังไม่วางตลาด ชูคุณสมบัติหน้าจอทัชสกรีนอย่างเต็มรูปแบบ กล้องดิจิทัลความละเอียด 5 ล้าน พิกเซล ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 ก่อให้เกิดกระแสความต้องการถึงขั้นมีการเปิดสั่งจองล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ ล่าสุดราคาเปิดตัวอยู่ที่ 24,990 บาท ใกล้เคียงกับออมเนียเครื่องหิ้วจากต่างประเทศที่บรรดาร้านค้าต่างขนนำมาทำตลาดก่อนวางขายในไทยเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านนายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีจีโฟน จำกัดกล่าวว่า ขณะนี้มือถือแบรนด์เนมต่างมองว่าเซ็กเมนต์วินโดวส์โมบายอยู่ในช่วงกำลังเติบโตทำให้ลงมาเล่นในตลาดกันมากขึ้น โดยเร็วๆ นี้ทั้งแอลจี, โซนี่อีริคสัน หรือ โนเกียก็จะลงมาเล่นตลาดหน้าจอทัชสกรีน มียูสเซอร์อินเตอร์เฟสใช้งานง่าย ระบบซิมเบี้ยนเพื่อรักษาตลาดของตนไว้เช่นกัน จากตัวเลขจีเอฟเคระบุว่า ตลาดพีดีเอโฟนหรือตลาดที่ใช้ระบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายมียอดขายประมาณ 9 พัน-1 หมื่นเครื่องต่อเดือน และอาจสูงถึง 1.4 หมื่นเครื่องต่อเดือนภายในปลายปีนี้ โดยภาพรวมพีดีเอโฟนมีส่วนแบ่งประมาณ 1-1.3% จากตลาดรวม 8 ล้านเครื่อง

"การมาของออมเนียจะกระทบเอชทีซี ไดมอนด์มากที่สุด เพราะเทียบสเป็ก ราคาแล้วออมเนียโดนใจมากกว่า ไดมอนด์อาจต้องลดราคาลงมาที่ 2.4-2.59 หมื่นบาท"
|
|